ประมูลสดจะเริ่มใน
วันอาทิตย์ 13.30น. 27 ม.ค. 2562
สินค้ามากว่า 200 รายการ

หมวดหมู่

บทความรายเดือน

หากมีคำถามเพิ่มเติม?

ส่ง อีเมล์ พร้อมคำถามมาที่เราได้เลย และทางเราจะทำการติดต่อกลับโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ

ติดต่อเรา

นวัตกรรมทางการค้า | ตอนที่ 2 : ต้นทุนค่าเสียโอกาส

Innovative Commerce Part2

 

ต้นทุนค่าเสียโอกาส คือ ต้นทุนทางการค้าที่ถูกมองข้าม และเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จนั้นให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก

ในขณะที่หลายๆ คนต่างเชื่อในความสามารถ และความแข็งแกร่งของตนเมื่อออกสู่สนามรบเพื่อแย่งชิงพื้นที่ทางการค้า ก็มีคนบางกลุ่มที่ชอบความรวดเร็วในการออกจากสนามรบมากกว่าเพื่อโอกาสในการอยู่รอดที่สูงกว่า

ถึงกระนั้น ในโลกธุรกิจความเป็นจริง ความเร็วในการเคลื่อนย้ายจากตลาดหนึ่งไปยังอีกตลาดหนึ่งยังคงมีอุปสรรคที่เรียกว่า “ต้นทุน”
เพราะว่าคนส่วนใหญ่ต่างไม่อยากออกจากตลาดด้วยการที่จะต้องยอมรับการขาดทุนบางส่วน ที่เกิดจากต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ลงทุนไปแล้วแต่ต้น ซึ่งแท้จริงแล้ว … นั้นอาจเป็นเพียงกับดับทางความคิดก็เป็นได้

 

จากครั้งที่แล้วที่ได้พูดถึง “นวัตกรรมทางการค้า” ว่าเป็นเช่นไร ใครกันที่จะสามารถเอาตัวรอดจากสมรภูมิการค้านี้ได้
(หากคุณยังไม่ได้อ่าน ติดตามได้ที่ “นวัตกรรมทางการค้า | ตอนที่ 1 : ใครกันที่อยู่รอด” )

วันนี้จะมาแบ่งปันประสบการณ์ และบทเรียนที่สำคัญมากๆในโลกธุรกิจที่ข้าได้เผชิญมากับตัวเอง เรื่องที่ว่าก็คือ “ต้นทุนค่าเสียโอกาส” เอาล่ะ … มาดูกันว่ามันเป็นเช่นไร

 

ต้นทุนแท้จริง และ ต้นทุนค่าเสียโอกาส (Actual Cost & Opportunity cost)

ต้นทุนในธุรกิจซื้อมาขายไปนั้น ทางเศรษฐศาสตร์จริงๆแล้วมี 2 ประเภทด้วยกัน

1. ต้นทุนแท้จริง หรือ ต้นทุนค่าใช้จ่ายที่มักจะถูกมองเห็นโดยคนทั่วไป ซึ่งได้แก่ ต้นทุนสินค้า ต้นทุนการดำเนินการ ต้นทุนในการเข้าสู่ตลาด และต้นทุนทางการค้าอื่นๆอีกมากมาย

2. ต้นทุนค่าเสียโอกาส ซึ่งมักจะถูกมองข้าม และมีความสำคัญเป็นอย่างมากในธุรกิจการค้าทุกวันนี้ ต้นทุนค่าเสียโอกาสนี้คือ ค่าเสียโอกาสในการทำกำไรหากเพียงแต่ว่าทรัพยากรของเรานั้นสามารถถูกนำไปลงทุนในตลาดอื่นๆแทน ณ เวลาเดียวกัน

เนื่องจากเรามีทรัพยากรที่จำกัด เช่น เวลา เงินทุน และเงื่อนไขทางการค้าต่างๆ ดังนั้นบ่อยครั้งเราจะพบว่าจากจำนวนทรัพยากรที่เรามีนั้น ไม่เพียงพอที่จะทำให้เราสามารถคว้าตัวเลือกไว้ได้ทั้งหมด เราจึงต้องเลือกทางที่ให้ประโยชน์สูงที่สุด แต่การตัดสินใจเลือกทางใดทางหนึ่งลงไป ย่อมเสียโอกาสที่จะได้ไปทำอีกทางหนึ่งเสมอ

“ต้นทุนค่าเสียโอกาส คือ มูลค่าของทางเลือกที่ดีที่สุดที่เหลืออยู่ หลังจากที่เราได้เลือกทางใดทางหนึ่งไปแล้วนั้นเอง”

ยกตัวอย่างง่ายๆเช่น
หากเรามีเงินลงทุนทำธุรกิจโดยสามารถเลือกประกอบธุรกิจได้เพียงแค่ 1 อย่างเท่านั้น

ดังนั้นถ้าเราเลือกที่จะ

ค้าขายแอปเปิ้ล ก็จะมีต้นทุนค่าเสียโอกาสสูงสุดเท่ากับ 200,000 บาท / ปี เพราะไม่ได้ค้าขายแครอท หรือว่า
ค้าขายกล้วย ก็จะมีต้นทุนค่าเสียโอกาสสูงสุดเท่ากับ 200,000 บาท / ปี เพราะไม่ได้ค้าขายแครอท หรือว่า
ค้าขายแครอท ก็จะมีต้นทุนค่าเสียโอกาสสูงสุดเท่ากับ 150,000 บาท / ปี เพราะไม่ได้ค้าขายแอปเปิ้ลนั้นเอง

เราจะพบว่าธุรกิจค้าขายแครอทน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดเพราะมีต้นทุนค่าเสียโอกาสต่ำที่สุดคือ 150,000 บาท จากทั้ง 3 ตัวเลือกนี้

 

ต้นทุนที่มองข้าม กับ โอกาสทางธุรกิจที่คาดไม่ถึง

อย่างไรก็ตาม ในการค้าขายทำธุรกิจจริง ต้นทุนค่าเสียโอกาส ไม่ได้แสดงออกมาได้ชัดเจนเหมือนดังตัวอย่างข้างต้น ทำให้ผู้ประกอบการๆหลายคนไม่ได้สังเกตุ หรือ เผลอมองข้ามมันไป

เรามาดูกรณีที่ ต้นทุนค่าเสียโอกาสอาจถูกมองข้ามไป เช่น

เราได้เลือกค้าขายแครอท เนื่องจากเห็นว่าเป็นธุรกิจที่น่าจะได้ผลตอบแทนดีที่สุดโดย

เราได้ใช้เงินลงทุนซื้อแครอทมาขาย 10 ตัน
ผ่านไป 3 เดือน เราสามารถขายแครอทไปได้แล้ว 5 ตัน และสร้างกำไรได้ทั้งหมดเท่ากับ 100,000 บาท

แต่การจะขายแครอท 5 ตันที่เหลือ เราสามารถขายต่อให้คู่ค้ารายอื่นโดยถ้าจะขายทันทีอาจจะได้กำไรเพิ่มอีก 20,000 บาท เท่านั้น หรือว่า
เราอาจจะขายเองทั้งหมดที่เหลือ แต่ต้องใช้เวลาจนครบ 1 ปี และจะสามารถสร้างกำไรได้อีกเพียง 100,000 บาทเท่านั้น

ในขณะเดียวกัน หากเราเปลี่ยนไปขายแอปเปิ้ลภายในเดือนที่ 4 เรายังคงมีโอกาสในการสร้างกำไรได้ถึง 150,000 ในช่วงเวลาที่เหลือของทั้งปีเนื่องจากแอปเปิ้ลสามารถขายได้ง่ายกว่า แต่จากทรัพยากรที่เรามี ทำให้เราสามาถเลือกขายได้เพียง 1 อย่างเท่านั้น

ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะต่างคิดหาวิธีการขายแครอทอีก 5 ตันที่เหลือให้เร็วขึ้น จัดโปรโมชั่น เพิ่มช่องทางจัดจำหน่าย และกลยุทธ์ทางการตลาดอีกมากมายเพื่อทำให้สามารถขายแครอทให้ได้มากที่สุด

แต่ก็จะมีผู้ประกอบการอีกส่วนหนึ่งที่ตัดสินใจขายแครอททั้งหมดเพื่อให้ได้เงินมาอีก 20,000 บาท และสามารถเริ่มต้นธุรกิจแอปเปิ้ลได้ทันที เพราะพวกเขาเข้าใจว่า ทางเลือกที่ต้นทุนค่าเสียโอกาสที่ต่ำที่สุดคือการ ไม่รอเวลาให้ครบ 1 ปี แต่ เริ่มต้นธุรกิจแอปเปิ้ลโดยทันทีนั้นเอง

 

คำอธิบายอย่างง่าย
จากการเริ่มต้นขายแครอทไปแล้ว 3 เดือนทำให้มีกำไรสะสมแล้ว 100,000 บาท
แต่ในเดือนที่4 เรามีทางเลือกให้ตัดสินใจดังนี้

ทางเลือกที่ 1 : ขายแครอทต่อจนครบ 1 ปี
กำไรที่จะได้เพิ่มขึ้น : 100,000 บาท
ต้นทุนค่าเสียโอกาส: 170,000 บาท (โอกาสทำกำไรในธุรกิจแอปเปิ้ล 150,000 บาท และ กำไรจากขายแครอททันที 20,000)

ทางเลือกที่ 2 : ขายแอปเปิ้ลต่อจนครบ 1 ปี
กำไรที่จะได้เพิ่มขึ้น : 170,000 บาท (โอกาสทำกำไรในธุรกิจแอปเปิ้ล 150,000 บาท และ กำไรจากขายแครอททันที 20,000)
ต้นทุนค่าเสียโอกาส : 100,000 บาท

 

จะเห็นได้ว่าการเลือกขายแอปเปิ้ลในเดือนที่ 4 เป็นทางเลือกที่ดีกว่า แต่ว่าอุปสรรค คือ ความเข้าใจในต้นทุนค่าเสียโอกาส และสามารถตัดสินใจขายแครอทโดยได้กำไรเพียง 20,000 แทนที่จะเป็น 100,000 ในเดือนที่ 4 นั้นเอง

และถึงแม้ ตัวอย่างข้างต้นอาจจะไม่ได้คลอบคลุมไปถึงปัจจัยอื่นๆในแง่ของต้นทุนแท้จริงด้านอื่นๆ เช่น ต้นทุนในการเริ่มธุรกิจใหม่ ความเสี่ยง และความไม่แน่นอนของสภาพเศรษฐกิจ แต่หวังเป็นอย่างยิ่งว่าตัวอย่างข้างต้นจะสามารถอธิบาย “ต้นทุนค่าเสียโอกาส” ให้ทุกคนเข้าใจได้โดยง่าย

ดังนั้นผู้ประกอบการที่ทดลอง และลงมือทำจริงจะทำให้ได้รับความรู้ ความเข้าใจ และพัฒนาความสามารถในการมองเห็น “ต้นทุนค่าเสียโอกาส” ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ส่งผลให้สามารถตัดสินใจเคลื่อนที่จากตลาดหนึ่งไปสู่อีกตลาดหนึ่งได้รวดเร็วขึ้น อีกทั้งยังเพิ่มโอกาสของความสำเร็จให้มากขึ้นอีกด้วย

 

แล้วพบกันใหม่
– Uncle Jack –

อ่านตอนต่อไปได้ที่
นวัตกรรมทางการค้า ตอนที่ 3 : การค้าแบบไร้ราคาสงวน
———————————————————————————
ติดตามพวกเรา และพบกับเนื้อหาธุรกิจที่น่าสนใจอีกมากมายได้ ที่นี่ RAPBIZZ.com
เฟสบุ๊คแฟนเพจ  : facebook.com/rapbizzdirect
บทความที่น่าสนใจ : rapbizz.com/articles

หมวดหมู่

บทความรายเดือน

หากมีคำถามเพิ่มเติม?

ส่ง อีเมล์ พร้อมคำถามมาที่เราได้เลย และทางเราจะทำการติดต่อกลับโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ

ติดต่อเรา